Shoes History

Nike

การเริ่มต้นของ NIKE เริ่มต้นในปี 1948 โดย Bill Bowerman 

 

เขาได้ร่วมมือกับ Phil Knight ซึ่งเป็นนักกีฬาวิ่งของมหาวิทยาลัยในขณะนั้น  ซึ่งแนวคิดของทั้งคู่ในขณะนั้นคือต้องการสร้างรองเท้าที่พวกเขาสร้างต้องมีน้ำหนักเบาและทนทานในการใช้งานสูง

ในช่วงก่อตั้งบริษัทใหม่ ๆ Phil Knight ใช้ชื่อแบรนด์ว่า Blue Ribbon Sports หรือ BRS ซึ่งเขาได้จดทะเบียนบริษัทอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 มกราคม 1964  ในนามว่า BRS Inc โดย Phil Knight ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลด้านการตลาดของบริษัท

ต่อมาในปี1970  ทาง Bill Bowerman ได้นำเครื่องอบ Waffle มาใช้ทำพื้นรองเท้ายางของรองเท้าที่พวกเค้าผลิต ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรมใหม่ในสมัยนั้น ซึ่งเรียกว่าเป็นปรากฏการที่สะเทื่อนวงการเลยทีเดียวและเพียง 1 ปีให้หลัง Bill Bowerman ก็ได้แยกตัวมาจัดตั้งบริษัทใหม่ของตัวเขาเองมีชื่อว่า NIKE Inc.  สาเหตุมาจากความขัดแย้งทางธุรกิจ แต่ท้ายที่สุดแล้ว ในปี 1981 ทาง NIKE และ BRS ก็ได้กลับมารวมบริษัทกันอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายผลิตรองเท้าสำหรับนักกีฬาวิ่งโอลิมปิกโดยเฉพาะ

ในปี 1984 ทาง NIKE ได้ดึง Michael Jordan นักบาสเกตบอลชื่อดังมาร่วมงานด้วย ซึ่งทำให้ NIKE ประสบความสำเร็จทางด้านการตลาดเป็นอย่างมาก โดยมีผลิตภัณฑ์ ที่ใช้ชื่อแบรนด์เป็นชื่อ “Jordan” ซึ่งปัจจุบัน Nike Inc. มีพนักงาน ทั่วโลกมากกว่า 23,000 คน และมีสำนักงานใหญ่อยู่ 2 แห่ง คือที่เมืองโอเรกอน ประเทศอเมริกา และประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้เพิ่มไลน์การผลิตครอบคลุมประเภทกีฬาอื่น ๆ เช่น เบสบอล อเมริกันฟุตบอล เทนนิส ฟุตบอล ฯลฯ โดยมีสโลแกนทางตลาดว่า“Just Do It” พร้อมกับสัญลักษณ์เครื่องหมาย “ถูก” ที่หมายถึง “It’s Right” มาจนถึงทุกวันนี้

Adidas

การเริ่มต้นของ Adidas เริ่มต้นในปี 1920 โดย Adolf, Adi Dassler

 

แอดดิ ดาสเลอร์ และ รูดอล์ฟ ดาสเลอร์องพี่น้องก็ช่วยกันผลิตรองเท้ากีฬาที่มีชื่อแบรนด์ว่า “Dassler” ซึ่งก็มาจากนามสกุลของสองพี่น้องนั่นเอง และได้เปิดกิจการอย่างเป็นทางการในปี ค.ศ.1924 โดยชื่อที่ก่อตั้งนั้นเป็นชื่อ Gebrüder Dassler Schuhfabrik (Dassler Brothers Shoe Factory)

เมื่อสงครามยุติลงในปี ค.ศ. 1948 ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องก็ถึงจุดแตกหัก รูดิแยกตัวออกไปตั้งโรงงานผลตรองเท้าและสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมาชื่อ « Ruda » และเปลี่ยนมาเป็น  Puma  ในภายหลัง ส่วนแอดดิก็เปลี่ยนชื่อแบรนด์จาก Dassler ให้กลายมาเป็น  Adidas  ซึ่งมาจากชื่อและนามสกุลของเขานั่นเอง ทั้งสองแบรนด์ Puma และ Adidas แข่งขันกันอย่างดุเดือดยาวนานนับ 60 ปี จนกระทั่งปี 2009 สงครามระหว่างทั้งสองแบรนด์ก็สิ้นสุดลงเมื่อทั้งคู่หันมาจับมือกันในการแข่งขันกีฬาขององค์กร One Day Peace

 

Vans

การเริ่มต้นของ Vans เริ่มต้นในปี 1966 โดย พี่น้อง Van Doren คือคุณ Paul และคุณ James ร่วมกับหุ้นส่วนคือคุณ Serge D’Elia และ Gordon Lee

 

 ในปี 1970s ที่กระแส Skateboard เริ่มโด่งดังและแบรนด์รองเท้าแบรนด์อื่นก็หันไปผลิตแต่รองเท้ากีฬากันหมด ทำให้ Vans เห็นช่องว่างดังกล่าว และกระโดดเข้ามาครองตลาดรองเท้า Skate แบบเต็มรูปแบบโดยนัก Skate ชื่อดังในยุคสมัยนั้นต่างก็ใช้ Vans กันหมด

**Waffle Sole (ถูกคิดค้นโดยคุณ James และตั้งชื่อว่า Waffle Sole ตั้งแต่วันแรกที่คิดค้นได้) “มันคือรองเท้าที่ดีที่สุด มันให้ความมั่นคงและการยึดเกาะที่ดี” คุณ Alva กล่าว “รองเท้า Vans คือรองเท้าที่เหมาะกับทุกสถานการณ์รวมถึงการเล่น Skateboard” **

ในช่วงกลางปี 1970s โดยให้ชื่อว่า “The Era” ซึ่งถือเป็นเวอร์ชั่นพัฒนามาจาก Authentic นั่นเองและให้รหัสว่า “Style #95” แถมเริ่มพัฒนาระบบการผลิตแบบ Custom Made คือให้ลูกค้าสามารถเลือกชนิดของผ้าได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่มากในวงการ Skate ที่ทุกคนต่างต้องการความเท่ห์แบบไม่ซ้ำใคร บวกกับ Design ที่เพิ่ม Support บริเวณข้อเท้าทำให้ Era โด่งดัง และในปี 1977 ทาง Vans ก็ได้ปล่อยรองเท้า Old Skool ออกมาเขย่าตลาดอีกรอบ และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในการใส่ลวดลายเอกลักษณ์อย่าง Jazz Stripe ลงไป

จนปัจจุบัน Vans ยังคงเป็นที่ต้องการในตลาดรองเท้าผ้าใบ และวัยรุ่นทุกคนต้องมีรองเท้า Vans ติดบ้านสักคู่หนึ่งไม่ว่าจะเป็น Authentic / Era / Old Skool / หรือ Slip-On